โรงเรียนวัดท่าเจริญ

หมู่ที่ 2 บ้านท่าชี ตำบล ท่าชี อำเภอ บ้านนาสาร จังหวัด สุราษฎร์ธานี 84120

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-348115

ปลูกฝังนิสัยดีๆให้ลูกเพื่อเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ดีที่ใครๆก็รัก

ปลูกฝังนิสัยดีๆให้ลูก

เด็กๆยิ่งเติบโตกลับยิ่งห่างจากอกแม่ เมื่อเด็กๆเติบโตจนกลายเป็นวัยรุ่น จากที่เคยรับฟังและทำตามคำแนะนำที่พ่อแม่บอก ก็จะค่อยๆ ต่อต้านและดื้อมากขึ้น จะสอนสั่งลูกหลังจากโตแล้วก็ทำได้ยาก ในช่วงเวลาที่ลูกยังเชื่อฟังและพ่อแม่ยังใกล้ชิดลูก ก็ควรจะสอน ปลูกฝังนิสัยดีๆให้ลูก ก่อนโต บอกพฤติกรรมดีๆที่ลูกควรทำ เพื่อลูกจะได้เติบโตเป็นวัยรุ่นที่ดีที่ใครๆ ก็รัก

ปลูกฝังนิสัยดีๆให้ลูก ก่อนโต

1.ระวังคำพูด เลือกเอ่ยเฉพาะประโยคไพเราะ
ตั้งแต่ลูกยังเพิ่งลืมตาดูโลก พ่อแม่ก็ต้องระมัดระวังคำพูดให้ดี เพราะลูกจะเริ่มจดจำน้ำเสียงและอารมณ์ของคนพูด จนเริ่มหัดพูดก็จะเรียนแบบตาม ไม่ว่าจะเป็นคำศัพท์หยาบคายหรือคำเรียกด้วยภาษาที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ลูกรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่พูดได้ในบ้าน พ่อแม่จึงต้องระวังคำพูดไม่พูดคำหยาบต่อหน้าลูก หรือแม้แต่คำที่ไม่สุภาพก็ไม่ควรให้ลูกได้ยิน เมื่อลูกโตขึ้น พบเจอกับเพื่อนๆ มากขึ้น ลูกจะเรียนรู้คำหยาบหรือประโยคที่ไม่สุภาพ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่เคยพูดสิ่งเหล่านี้ในบ้าน ลูกก็จะรู้ได้เองว่าคำพูดหยาบคายไม่ควรพูดในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อและแม่

 

2.รัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเมื่อนั่งในรถ
แม้ว่าลูกจะยังไม่ได้ขับรถด้วยตัวเองในเร็วๆนี้ แต่เด็กๆก็จำเป็นต้องนั่งรถไม่ว่าจะไปโรงเรียนหรือโรงพยาบาล แต่อีกไม่ช้าไม่นาน ลูกก็จะโตพอที่จะเรียนขับรถและสอบใบขับขี่ ดังนั้น พ่อแม่ควรจะฝึกนิสัยรัดเข็มขัดนิรภัยให้กับลูก โดยทุกๆ ครั้งที่นั่งในรถยนต์ พ่อแม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งให้ลูกเห็น พร้อมทั้งคาดเข็มขัดให้ลูกด้วย แล้วค่อยสตาร์ตเครื่อง พอลูกโตขึ้นและขับรถเองได้ จะติดนิสัยการคาดเข็มขัดนิรภัยก่อนขับรถออกไป แค่นี้ก็ช่วยลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้แล้ว

 

3.ความปลอดภัย
ความประมาทเป็นเหตุให้หลายๆคนต้องเสียใจ เช่น โทรศัพท์มือถือเป็นต้นเหตุสำคัญในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในทุกๆ ปี ไม่ว่าจะเล่นมือถือหรือคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำเวลาขับรถ เมื่อก้าวเข้าสู่รถ พ่อแม่ต้องเก็บมือถือให้ห่างจากตัว เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก พอลูกเริ่มเห็นจนเป็นความเคยชิน ตอนที่ลูกโตขึ้นก็จะไม่ใช้มือถือขณะขับรถ ลดอันตรายได้ทั้งตัวลูกและคนรอบข้าง

 

4.กินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว
การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนในครอบครัว สามารถที่จะสร้างได้ง่ายๆ เช่นการนั่งกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ดี ที่ทุกคนสามารถแบ่งปันเรื่องราวที่ได้พบเจอในแต่ละวัน แชร์เสียงหัวเราะ และยิ้มไปกับความสุข ดังนั้น การได้นั่งล้อมวงกินข้าวกันทั้งครอบครัว จึงถือเป็นสิ่งที่ดีที่ให้ลูกใกล้ชิดกับพ่อแม่

 

5.เล่นโซเชียลมีเดียกับลูก
เด็กรุ่นใหม่เติมโตมาพร้อมโซเชียลมีเดียกับเทคโนโลยี และเด็กๆก็ใช้โซเชียลมีเดียบ่อยครั้ง แต่พ่อแม่จึงควรสอดส่องว่าลูกโพสต์ หรือพูดคุยกับใครบ้างในโซเชียลมีเดีย แต่ไม่จำขั้นต้องติดตามทุกโพสต์ หรือปลอมโปรไฟล์เพื่อแอบติดตาม จนทำให้ลูกๆรู้สึกถูกคุกคามพื้นที่ส่วนตัว โดยพ่อแม่ควรทำแค่สำรวจ เพื่อดูว่าลูกไลค์ คอมเมนต์ หรือโพสต์ ในสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อตัวลูกเองหรือเปล่า ที่สำคัญต้องคอยสอนเรื่องความปลอดภัยในการเล่นโซเชียลมีเดีย และเตือนภัยถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ลูกได้ระวังตัว

6.ความเอาใจใส่
เมื่อลูกเข้าใจและรู้ว่าตัวเองชอบสิ่งใดหรือไม่ชอบอะไร มีความสนใจและหลงใหลในกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ ใส่ใจในทุกเรื่องที่ลูกให้ความสำคัญ  แล้วแสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจในเรื่องที่ลูกแคร์ เช่น รายการโทรทัศน์หรือหนังสือที่กำลังเป็นที่นิยม พ่อแม่ต้องลองไปดูทีวีหรืออ่านหนังสือ ที่ลูกสนใจ เพื่อจะได้มีเรื่องไปคุยกับลูก นอกจากนี้ ถ้าลูกเริ่มอยากทำกิจกรรม เล่นดนตรีหรือเล่นกีฬา ก็ควรสนับสนุน ไม่ก็ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ไปด้วยเลย เพื่อแสดงออกว่าใส่ใจในทุกเรื่องที่ลูกสนใจ ให้ลูกรู้จักที่จะเข้าอกเข้าใจผู้อื่นบ้าง

7.วางแผนทำกิจกรรมร่วมกับลูก
ก่อนลูกจะโตเป็นวัยรุ่นและเลือกทางเดินชีวิตด้วยตนเอง ช่วงระยะเวลานี้พ่อแม่ต้องหากิจกรรมเพื่อทำร่วมกับลูก เป็นกิจกรรมที่สนุก หรือสามารถที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ รวมถึงกิจกรรมที่ลูกสนใจ เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว เมื่อลูกเติบโตเป็นวัยรุ่น ลูกจะเริ่มต้องการพื้นที่ส่วนตัว แต่ขณะเดียวกันก็จะยังรู้สึกว่า พ่อแม่เป็นเพื่อนที่สามารถเปิดใจพูดคุยด้วย โดยไม่โดนพ่อแม่ดุด่า หรือทำเฉยชาใส่

 

8.สอนลูกให้เข้าใจคุณค่าของความล้มเหลวและความพยายาม
เมื่อลูกเติบโตเป็นวัยรุ่น เด็กๆต้องพบความเปลี่ยนแปลงและอุปสรรคมากมายหลายอย่าง ทั้งทางร่างกายและทางอารมณ์ ซึ่งหากผิดพลาดล้มลง หรือแพ้ในบางครั้ง ในบางโอกาสก็ยากที่จะรับมือไหว พ่อแม่จำเป็นต้องแนะนำและชี้ให้เห็นว่า ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ลูกก็ต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้ แล้วลูกจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่ผ่านมันได้ เพราะคนเราไม่จำเป็นต้องชนะทุกอย่าง แต่การเรียนรู้ที่จะเติบโตผ่านประสบการณ์ นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า

อ่านบทความดีๆจากทางโรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ

อัพเดทล่าสุด

ร่วมกันทำงานด้วยกัน เป็นการสร้างปัจจัยเชิงบวก เช่น การสื่อสาร ประสิทธิภาพการทำงาน ความไว้วางใจ และความคิดสร้างสรรค์ นี่คือวิธีส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบัน คณาจารย์ และนักศึกษา