โรงเรียนวัดท่าเจริญ

หมู่ที่ 2 บ้านท่าชี ตำบล ท่าชี อำเภอ บ้านนาสาร จังหวัด สุราษฎร์ธานี 84120

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-348115

โค้ชหน้าที่ใหม่ของพ่อแม่ในอนาคต

โค้ช หน้าที่ใหม่ของพ่อแม่ ในอนาคต

เป็นทุกอย่างสำหรับเธอจริงๆ สำหรับพ่อแม่ในยุคโควิด-19 ต้องดูแลงานบ้านและลูกตลอดเวลา แล้วยังต้องสวมบทบาทเป็นครู แนะนำและเฝ้าเด็กเรียนออนไลน์ ซึ่งไม่ง่ายนัก แต่คุณต้องใช้พลังงานทางร่างกายและจิตใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด บทความนี้ขอเชิญชวนผู้ปกครองให้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในสังคม การปรับตัวให้เข้ากับกระแสโลก การเรียนรู้ของเด็กอาจไม่ใช่ความรับผิดชอบของครูโรงเรียนคนเดียวอีกต่อไป แต่เป็นโค้ชหรือก็คือ หน้าที่ใหม่ของพ่อแม่ ในยุคใหม่คุณต้องเป็นโค้ชและให้คำแนะนำในการเรียนรู้ของเด็ก

หน้าที่ใหม่ของพ่อแม่

โลกยุคใหม่กับความรู้ไร้ขีดจำกัด

นับตั้งแต่การเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต โลกของข้อมูลก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลาที่เรามี wifi และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ที่สามารถเชื่อมต่อกับที่ใดก็ได้ในโลกของเครือข่ายดังนั้นจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลใดๆ จากที่ไหนก็ได้ นี่คือยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมความรู้เพื่อให้ผู้คนและแม้แต่เด็กสามารถค้นพบความรู้ ข้อเท็จจริง และข้อมูลได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

เมื่อเป็นกรณีนี้ การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องทำในห้องเรียนเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกกำลังเผชิญกับโรคระบาดครั้งใหญ่ ผู้ปกครองและครอบครัวจำนวนมากอาจใช้การเรียนรู้ออนไลน์หรือแม้กระทั่งพยายามจัดการเรียนการสอนด้วยตนเองที่บ้าน นี่เป็นวิธีการศึกษาอีกวิธีหนึ่งที่เป็นไปได้ในโลกสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามีเทคโนโลยีอยู่ในมือ ทุกอย่างเป็นไปได้ เรามีหน้าที่สมัครและสอนลูกๆ ของเราถึงวิธีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

พ่อแม่ = โค้ช 

ไม่มีใครสามารถทำงานนี้ได้ดีไปกว่าพ่อแม่เมื่อสอนลูก เพราะบทบาทที่สำคัญอย่างหนึ่งของพ่อแม่คือการเลี้ยงดูลูก ค้นพบสิ่งที่ลูกสนใจและตระหนักถึงศักยภาพของเด็กๆ เพื่อเด็กๆจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้บางอย่างในชีวิต ในขั้นตอนนี้ พ่อแม่สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นโค้ชได้ ทำให้ลูกๆ ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ขึ้น

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจมีคำถามว่า แล้วทำไมต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นโค้ช ใช้บทบาทพ่อแม่ในการแนะนำลูกไม่ได้หรือ?

ลองนึกภาพนักกีฬาและโค้ชของพวกเขา เรามักพบว่าโค้ชและนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จมักจะทำงานร่วมกันเป็นทีม แม้ว่าจะเคารพในความอาวุโส แต่ก็มีความรู้สึกใกล้ชิด เช่นเดียวกับเพื่อนเก่า เมื่อพูดถึงพ่อแม่เกี่ยวกับลูกๆ ของพวกเขา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาพลักษณ์ของความเคารพมากกว่าความสนิทสนม การค้นพบศักยภาพของคุณในการเปลี่ยนบทบาทด้วยการฝึกสอนบุตรหลานและอาจทำให้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หน้าที่โค้ชต้องทำอะไรบ้าง?

เริ่มด้วยการปรับทัศนคติ เปลี่ยน Mindset ที่ว่า “ฉันเป็นพ่อแม่ ลูกต้องเชื่อฟังและทำตามเท่านั้น” มาเป็น “ฉันเป็นผู้ให้คำแนะนำ ลูกสามารถนำคำแนะนำที่ได้ไปพิจารณาและเลือกตัดสินใจอย่างเหมาะสมได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งทัศนคตินี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อคุณพ่อคุณแม่เชื่อมั่นในตัวลูก และพร้อมให้พวกเขาได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองในบ้างเรื่อง ที่คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าผิดพลาดได้ นอกจากนี้ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำในฐานะโค้ช ก็คือ

  • รับรู้เป้าหมายของลูก : การจะโค้ชใครสักคน เราจำเป็นต้องรับรู้และเข้าใจเป้าหมายของคนๆ นั้น เพื่อกำหนดแนวทางการไปสู่เป้าหมายร่วมกัน
  • แนะนำแนวทาง : เมื่อรู้เป้าหมายของลูกแล้ว เช่น ลูกต้องการเรียนมัธยมต้น เพื่อต่อสายอาชีพ ระหว่างนั้นต้องการทำงานพิเศษหาประสบการณ์ พ่อแม่ในฐานะที่เป็นโค้ช ก็ควรหาข้อมูลหลายๆ ด้านที่จะสอดคล้องกับแนวทางของลูก เพื่อให้คำแนะนำและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพื่อเลือกวางแผนสำหรับอนาคตต่อไป
  • สร้างทางเลือก : ในฐานะที่ผ่านโลกมาก่อน และมีประสบการณ์มากกว่า หากเห็นทางเลือกที่สอดคล้องกับเป้าหมายของลูก อาจแนะนำทางเลือกที่หลากหลายให้ลูกได้ลองเรียนรู้ เช่น หากลูกสนใจเรื่อง Coding อาจหาคอร์สออนไลน์ให้ทดลองเรียน หากลุ่มกิจกรรมเขียน code เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ
  • ทบทวนแผน : ระหว่างการโค้ช ลูกอาจเกิดความลังเลในทางที่เลือก หรือประสบปัญหาในการเรียนรู้ พ่อมาจึงควรลองชวนลูกมาทบทวนแผน เช่น ผลการเรียนที่ตกลง อาจมาจากการทำงานพิเศษ ลองปรับแผน ทำงานให้น้อยลง เพื่อดูว่าผลการเรียนดีขึ้นหรือไม่ หมั่นทบทวนแผนเป็นระยะ จะช่วยทำให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
  • ฟังและฟัง : บ่อยครั้งผู้ใหญ่อย่างเราๆมักฟัง เพื่อจะสอน เพื่อจะแสดงความคิดเห็น หรือเพื่อจะบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้เด็กๆ ฟัง แต่นั่นไม่ใช่การฟังที่แท้จริง เมื่อเป็นโค้ช เราต้องฟังสิ่งที่ลูกต้องการสื่อ เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความรู้สึก ความคิดเห็น โดยไม่ต้องตัดสิน เพื่อที่เราจะได้เข้าใจพวกเขาอย่างแท้จริง
  • สร้างแรงกระตุ้น : หากรู้สึกว่าลูกเริ่มหมดกำลังใจ ไม่กระตือรือล้นเท่าที่ควร โค้ชอาจต้องหาวิธีต่างๆเพื่อสร้างแรงกระตุ้น เพื่อให้ลูกรู้สึกอยากไปถึงเป้าหมาย เช่น อาจชวนลูกทำ Challenge อ่านหนังสือให้จบสัปดาห์ละ 1 เล่ม หากทำได้ อาจได้รางวัลเป็นการไปเที่ยวพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ เป็นต้น
  • ให้กำลังใจ : การให้กำลังใจ และแรงสนับสนุนถือเป็นหน้าที่สำคัญของโค้ช ทำให้ลูกเข้าใจว่าบางครั้งความสำเร็จก็ไม่เท่ากับความสุขเสมอไป หากพยายามเต็มที่แล้ว ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ เราอาจจะเสียใจแต่ก็ได้ประสบการณ์เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป

อ่านบทความดีๆจากทางโรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ

อัพเดทล่าสุด

ร่วมกันทำงานด้วยกัน เป็นการสร้างปัจจัยเชิงบวก เช่น การสื่อสาร ประสิทธิภาพการทำงาน ความไว้วางใจ และความคิดสร้างสรรค์ นี่คือวิธีส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบัน คณาจารย์ และนักศึกษา